2007/Jan/18

(เรียงตามเสียงอักษร - บ )

จกเจ็ก(ออกเสียงเป็น "จ็อกแจ็ก") ใช้ในความหมาย พูดมาก พูดพร่ำเพรื่อ พูดไม่หยุด
มักใช้ในความหมาย การนินทา หรือ พูดเรื่องของชาวบ้าน

จิม ป็นคำที่ใช้ในความหมาย ขอบ, ริม, เกือบ ตัวอย่างเช่น" วางของบนโต๊ะอย่าวางให้จิม
เดี๋ยวของจะหล่น "

จิ้งจัง หมายถึง ปลาตัวเล็กหมักเกลือ

เจียนฉีหมายถึง ตะหลิว (บางที่ เช่น นครศรีธรรมราช จะเรียกตะหลิว ว่า " หวักผัด ")

จังกับ , จากับ  เป็นภาษาสงขลาตอนใน (นาทวี เทพา )จะใช้ในความหมาย การพูดคุย
(
เปรียบเทียบกับมลายู จะใช้คำว่า cakap )

จุก อก ,ยัดตับ, แตกเลือด เป็นคำหยาบในภาษาสงขลา ใช้แทน กิน หรือ รับประทาน (คำว่า
จุก อก,ยัดตับ, แตกเลือด มีความหมายใกล้เคียงกับคำว่า ยัดห่า ของคนกรุงเทพฯ )

แจ็บแบ็ดหัว หมายถึง เจ็บหัว หรือ ปวดหัว (ต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือพฤติกรรมใดพฤติกรรมหนึ่ง )
เช่น "
กู แจ็บแบ็ดหัว กับเณรดำนี่จริง ไส่มันเบล่อพรรค์นี้ " ความหมายก็คือ
กูปวดหัวกับเณรดำนี่จริง ทำไมถึงโง่อย่างนี้

ฉาน ( ออกเสียงเป็น ช้าน ) หมายถึง ฉัน หรือ ผม (สรรพนามบุรุษที่ 1) ในภาษากรุงเทพ
ปัจจุบันคำนี้หาคนพูดน้อยมาก จะมีบ้างก็มักจะเป็นผู้สูงอายุ

ฉ่าน เป็นวลีที่ใช้ในความหมาย ตอบรับว่า ถูกแล้ว ใช่แล้ว ครับ

แฉ็งไขคำภาษาใต้ ใช้เรียก กริยาของเด็กชายที่ซุกซน เล่นกับอวัยวะเพศคำว่า"ไข"จะใช้เรียก
อวัยวะเพศของเด็กชาย ซึ่งไม่ถือว่าเป็นคำหยาบเช่นเดียวกับคำว่า หำ ในภาษาอีสาน
ส่วนคำว่า"แฉ็ง" ภาษาใต้มีความหมายว่า เปิดออก อาจนำไปใช้กับการเปิดปิดไฟฉายเช่น
"ไอ้บ่าว มึงอย่าแฉ็งไฟเล่น เดี่ยวถ่านหมด" เป็นต้น

ฉุก แปลว่า ยุ มักใช้กับหมา เช่น "ฉุกหมาให้ยิกงัว " ความหมายคือ ยุหมาให้ไล่วัว

ชง หมายถึง งง (ทำอะไรไม่ถูก)ในภาษากรุงเทพฯ

ชันชี ใช้ในความหมาย ตกลง หรือ สัญญา เช่น "เรามาชันชีกันก่อน" ก็คือ เรามาตกลงกันก่อน

ช่าย ใช้ในความหมาย เวลาหลังเที่ยง เช่น "มาถึง หวันช่ายแล้ว" เท่ากับ มาถึงเมื่อเวลา
บ่ายแล้ว (ให้เปรียบเทียบกับวลี "ตะวันชายบ่ายคล้อย" )

ชาม ใช้ในความหมาย จาน เพราะฉะนั้น ชามข้าว ก็คือจานใส่ข้าว

เช่น ใช้ในความหมาย ฉลาดหลักแหลม " ไอ้บ่าวนี้ มันเช่น " หมายถึง "ไอ้หนุ่มนี้มันฉลาด"

ชั้งกั้ง จะใช้ในความหมาย เกะกะหรือขวางหูขวางตา ดังนั้น ถ้าพูดว่า " ไอ้บ่าวนี้ชั้งกั้งจัง " ก็จะ
หมายความว่า ไอ้หนุ่มนี้ทำอะไรเพี้ยนๆขวางหูขวางตาจัง (บางครั้ง จะใช้คำว่า ช็องด็อง
ก็ได้ มีความหมายเดียวกัน)

ชุ่น ภาษาสงขลาจะใช้ในความหมาย อยู่นิ่ง ซึมเซา มเซา ( ปักษ์ใต้ที่อื่นๆ จะใช้คำนี้ในความ
หมาย
กระวนกระวาย อยู่ไม่นิ่ง )

ไช ภาษาสงขลาจะใช้ในความหมาย ต่อย เช่น แมงโภ่ไช ผึ้งไช ( แมงภู่ต่อย ผึ้งต่อย )

ซ้าว้า หมายถึง ละมุดในภาษากรุงเทพฯ ภาษาสงขลา จะเรียก ละมุด ว่า "ลูกซ้าว้า" ขณะที่
ทางนครศรีธรรมราชจะเรียกว่า
ลูกมุดหรัง (ละมุดฝรั่ง) ทางแถบอันดามันจะเรียกว่า มะตีกู

เซิง หมายถึง ชั้น หรือ ที่เก็บของอยู่ใต้หลังคา

ดานเฉียง หมายถึง เขียง ในภาษากรุงเทพฯ

ดังข้าว (ออกเสียงเป็น " ดั๋งข้าว ") ในภาษาไทยถิ่นใต้ ก็คือ ข้าวตัง ในภาษากรุงเทพฯ

ดุม (ออกเสียงเป็น "ดุ๋ม ")หมายถึง ดมเช่นยาดุมของคนสงขลาก็คือยาดมของคนกรุงเทพฯ

ได(ออกเสียงเป็น "ได๋ ") หมายถึง ความเคยชิน ติดเป็นนิสัย

ได้แรงอก (ออกเสียงเป็น "ด้าย แรง อ็อก")ใช้ในความหมาย อร่อยถึงใจ , สะใจดี

โดก ใช้ในความหมาย กระดูก เช่นโดกวัว โดกควายก็คือ กระดูกวัวกระดูกควาย

โดกไก่ จะหมายถึง 1. กระดูกไก่ 2. เป็นชื่อพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่ง ใช้เป็นยาสมุนไพร มี 2 ชนิด
คือ
โดกไก่ยอดดำ และโดกไก่ยอดขาว

ด้อ, ด้อๆ (ออกเสียงผสม ด+น) หมายถึง ค่อยๆ ช้าๆ ตัวอย่างเช่น " ไอ้บ่าวเดิน ด้อๆ หีด ทาง
มัน เมลิ่น" ความหมายคือ "ไอ้หนู (เด็กชาย) เดินช้าๆหน่อย ทางมันลื่น" ( คำว่า ด้อ นี้
ใช้มาก แถบสงขลาตอนใน เช่น คลองหอยโข่ง สะเดา )

ต่อเป็นคำที่ใช้แสดงเวลา หรือเหตุการณ์ที่มาไม่ถึง ยังไม่เกิดขึ้น ตัวอย่างเช่น
ต่อเดี๋ยว
= ีกสักครู่, อีกสักประเดี๋ยว
ต่อเช้า
= เช้าวันพรุ่งนี้
ต่อค่ำ
= คืนนี้
ต่อโพรก
= วันพรุ่งนี้
ต่อรือ
= วันมะรืนนี้
ต่อเดือนสิบ
= เดือนสิบที่จะถึง
ต่อเดือนอ้าย
= เดือนอ้ายที่จะถึง
ต่อปีหน้า
= ปีหน้าที่จะถึง
ต่อใด? = เมื่อไหร่ ? (ใช้ถามถึงเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิด)

ตัวอย่างเช่น "พี่หลวง อิไปเที่ยวบ้านน้อง ต่อใด" ความหมายของประโยคนี้คือ พี่หลวงจะ
ไปเที่ยวบ้านน้องเมื่อไหร่ คำตอบ ถ้าจะไปเลย ก็คือ "ไปต่อเดี๋ยว" ถ้าจะไปคืนนี้ ก็ตอบ
ว่า
"ไปต่อค่ำ" ....

(คำว่า ต่อ จะคู่กับคำว่า แรก ซึ่งใช้แสดงเวลาที่ผ่านมาแล้ว )

ตุด หมายถึง หูด

ตุหรุด หมายถึง บุหรี่มวนโต ห่อด้วยใบตอง หรือใบไม้

เตะ  ในสำเนียงสงขลา จะแปลงเสียง อิ เป็น เสียง เอะ " เตะ " จึงหมายถึง ติ, ตำหนิ
ในภาษากรุงเทพ

เต็มสาว (เต็มบ่าว)  ในภาษาสงขลา ใช้ในความหมาย เป็นสาวเต็มตัว (เป็นหนุ่มเต็มตัว)

โต้หนังหมายถึง คู่หมั้น ในสมัยก่อนแถบปักษ์ใต้ชายแดนจะมีประเพณี "เฝ้าโต้หนัง" กล่าวคือ
หลังจากที่เจ้าบ่าวได้สู่ขอเจ้าสาวแ
ล้ว ฝ่ายเจ้าบ่าวจะต้องไปช่วยงานที่บ้านของเจ้าสาว
ก่อนจะถึงวันแต่งงานประมาณ 1-2 เดือน
( คำนี้มาจากภาษามลายู tunangan )

โต้งเบ้ง หมายถึง ห้อยโหน เช่น โต้งเบ้ง หย่านเชียก ก็คือ ห้อยโหนเถาวัลย์

แตกเบี้ยหมายถึง เอาเงินไปแลก เช่น เงิน 10 บาท แลก เป็นเหรียญ

ถก ( ออกเสียงเป็น ถ็อก ) ใช้ในความหมายว่า กระดก(หัว), ชูคอเช่น "งูเห่า ถก หวัก"
แปลตามคำก็คือ งูเห่าชูจวัก แปลตามความหมายก็คือ งูเห่าแผ่แม่เบี้ย

เถ ใช้ในความหมายว่า สัปดน หยาบโลนหรือ สัปดี้สีประดน เช่น แหลงเถ ก็หมายถึง พูด
สัปดน
"เถ " อีกความหมายก็คือ ถี่ยิบ ตัวอย่าง "ตาข่ายนี่เถ" ก็คือ ตาข่ายนี้ถี่

แถ่ง ใช้ในความหมายแตะ,สัมผัส, กระทบ (เบาๆ) เช่น "อย่า แถ่ง พี่นะพี่จะนอนแล้ว"
ความหมายก็คือ " อย่าถูกตัวพี่นะ พี่จะนอนแล้ว "

ทราบภาษาสงขลา ใช้ในความหมาย แอบฟัง

ทางรง ,ทางรั้วรง จะใช้เรียกเส้นทางจูงวัวจูงควายมักเป็นทางแคบๆอยู่ระหว่างแนวเขตที่ดิน
ที่เจ้าของที่ดินทั้งสองข้างเว้นไว้ให้เป็นทางสาธารณะของหมู่บ้าน พอที่จะใช้จูงวัว จูง
ควาย ออกไปทุ่งนา หรือ ออกไปนอกหมู่บ้านได้

ท่า คำนี้หมายถึง รอ หรือ คอย เช่นคำว่า ท่ามั้ง ก็หมายความ รอด้วย

ท่าว ใช้ในความหมายว่า อิ่ม แล้ว เช่น "พอแล้ว ท่าวแล้ว" ก็คือ พอแล้วอิ่มแล้ว

ทูด หมายถึง ตะเพิด " ทูดออกไป " ก็คือไล่ตะเพิด ออกไป ( ดังนั้น คำว่า"ทูดทักษิณ" ที่
ปรากฏในแผ่นป้ายต่อต้านนายกทักษิณเมื่อต้นปี 2549 ก็คือไล่ตะเพิดให้นายกทักษิณ
ออกไป )

ทู่ที่ ใช้หมายถึง เสียงการพูดคุยกันเบาๆ ฟังไม่ชัดเจนว่า คุยกันเรื่องอะไร

ทำผรื่อ ภาษาใต้โดยทั่วไปจะใช้ในความหมาย ทำอย่างไร คำนี้ภาษาสงขลาจะออกเสียง
ผรื่อ (เสียงเอก)ถ้าเสียงสูงเป็น พรื้อ (เสียงโท) จะไม่ใช่สำเนียงสงขลา

นกคูด ภาษาสงขลาใช้เรียก นกกระปูด

นากา (ออกเสียงเป็น หน่า กา) หมายถึง นาฬิกา

นวล หมายถึง นุ่ม ในภาษากรุงเทพฯ ดังนั้น คำว่า " หมอน นี้นวลจัง"จึงหมายถึงหมอนใบนี้
นุ่มจัง(ข้อสังเกตุ นวลของคนสงขลาจะรู้ว่า นวลหรือไม่ ก็ด้วยการจับต้อง แต่ถ้า นวลใน
ภาษากรุงเทพฯก็จะรู้ได้ด้วยการมอง )

นุ้ย (ออกเสียงเป็น หนุ่ย) ในภาษาถิ่นใต้ โดยทั่วไปจะใช้ในความหมายว่า น้อย, เล็ก เช่น
สาวนุ้ย จะหมายถึง สาวน้อย หรือ น้องสาวคนเล็ก แต่ในเขตหาดใหญ่ รัตภูมิ คลองหอย
โข่งและเขตใกล้เคียงของจังหวัดสงขลา ถ้ามีคำว่า พี่นุ้ย นำหน้าชื่อบุคคลจะมีความหมาย
ว่า ญาติผู้พี่แต่มีอายุน้อยกว่า ตัวอย่างเช่น ประโยคต่อไปนี้ " น้าหลวง รู้จักบ้านพี่นุ้ย
แดงม่ายครับ "คำว่า พี่นุ้ยจะมีความหมายว่า นายแดงหรือนางแดงถูกถามหานั้น เป็นญาติ
ผู้พี่ของคนถามและมีอายุน้อยกว่าคนถามด้วย บางครั้ง การพูดคำว่า พี่นุ้ย ตามด้วยชื่อจะ
ช้าไป ไม่ทันการ จึงใช้สั้นๆว่านุ้ย (ไม่มีคำว่าพี่ นำหน้า) หรือรวมเป็นคำเดียวคือ พี่
+ นุ้ย =
พ่น เช่น รู้จักบ้านนุ้ยแดงม่าย หรือ รู้จักบ้านเพ่นแดงม่าย นุ้ยแดง และ เพ่นแดง
ทั้ง
2ำ ในที่นี้ ก็คือ พี่นุ้ยแดง นั้นเอง

หมายเหตุ- คำว่า เพ่น จะใช้เรียกเฉพาะผู้ชายเท่านั้น แต่คำว่า นุ้ย หรือพี่นุ้ย จะใช้
เรียกได้ทั้งหญิงและชาย ( คำว่า
พี่นุ้ยนี้จะใช้คู่กับคำว่า น้องใหญ่ เสมอ )

น้องใหญ่ ภาษาถิ่นใต้ ในเขตหาดใหญ่ รัตภูมิ คลองหอยโข่งและเขตใกล้เคียงของจังหวัดสงขลา
มีความหมายว่า ญาติผู้น้องแต่มีอายุมากกว่า มักจะตัดทอนให้สั้น เหลือเพียงคำว่า ใหญ่
คำเดียว ตัวอย่างประโยคเช่น " พี่หลวง บ้านใหญ่คลิ้ง ไปทางไหน " คำว่า ใหญ่คลิ้ง นั้น
คำเต็ม คือ น้องใหญ่คลิ้ง แสดงว่า ผู้ถามเป็นญาติผู้พี่ของนายคลิ้งและนายคลิ้งเป็นญาติผู้
น้องแต่มีอายุมากกว่าผู้ถามประโยคนี้

เนือย ในสำเนียงสงขลา แปลว่า หิว เช่น เนือยจังก็คือ หิวจังแต่ถ้าออกเสียงสูงเป็น
" เหนื้อย " ในสำเนียงสงขลา จะหมายถึง เหนื่อย หมดเรี่ยวหมดแรงในภาษากรุงเทพฯ
(ระวัง เวลาออกเสียง 2 คำนี้ อย่าสับสน)

แน็ด ใช้ในความหมายว่า ชาฉะนั้นคำว่า "แน็ดกินตีน" ก็คือ เท้าเป็นเหน็บชา ( เนื่องจากนั่ง
พับเพียบ นานๆ )

แน็บเพลาในสำเนียงสงขลาดั่งเดิม จะหมายถึง สนับเพลา หรือ กางเกง ( คำนี้ ปัจจุบันหาคนพูด
ได้ยากมาก ถ้ามี อย่างน้อยต้องอายุ
70 ปีขึ้นไป )

หนู่ - หนี่ 2 คำนี้ เทียบกับสำเนียงกรุงเทพ ก็คือ โน้น - นี่ ตัวอย่างคือ
เท่ หนู่
= ที่โน้น
เท่ หนี่
= ที่นี่

น้ำชุบ ชาวสงขลาจะเรียกน้ำพริกว่า น้ำชุบโดยเฉพาะน้ำพริกกะปิที่มีน้ำขลุกขลิกที่เราสามารถใช้
ผักจุ่มลงไปในน้ำชุบ ได้ ( ถ้าจุ่มแล้ว น้ำพริกไม่ติดผ้ก ก็ไม่เรียกว่า น้ำชุบ )

น้ำเทะ ในสำเนียงสงขลา จะแปลงเสียง อิ เป็น เสียง เอะ "น้ำเทะ" จึงหมายถึง น้ำกะทิ
"น้ำเทะเรียน"
= น้ำกะทิทุเรียน
"ต้มเทะหน่อไม้" = ต้มกะทิหน่อไม้

บ่าว (สำเนียงสงขลาออกเสียงเป็น บ๋าว)มีความหมายทั่วไปเหมือนในภาษากรุงเทพคือ ชายหนุ่ม
แต่ในภาษาถิ่นใต้(สงขลา) จะมีอีกความหมายคือ ผู้ชายที่ยังไม่ได้อุปสมบทในร่มกาสาว
พัตร แม้ว่าจะมีอายุมากเพียงใดก็ตาม เวลาเรียกขาน จะต้องมีคำว่าบ่าวนำหน้าเสมอ เช่น
พ่อเฒ่าพรหม มีอายุถึง
80 ปีแล้ว แต่เนื่องจากพ่อเฒ่าพรหม ยังไม่ได้บวชเรียน คนรุ่นเดียว
กันหรือรุ่นน้องใกล้เคียงกันก็จะเรียก พ่อเฒ่าพรหมว่า บ่าวพรหม
ดังนั้น " บ่าววี "เจ้าของเพลง ใจจริงไม่ลอกอ จึงมีความหมายว่า นายวี นักร้องคนนั้น
ยังไม่ได้บวชเรียน แต่ "หลวงไก่" เจ้าของเพลง ขวัญใจพี่หลวง เป็นคนที่บวชเรียนมาแล้ว
เพราะใช้คำว่า หลวง นำหน้าชื่อ (เพื่อความเข้าใจ กรุณาดูความหมาย หลวง เพิ่มเติม)

บาน คำนี้มี 2 ความหมายคือ 1. บาน เบ่งบาน ดอกไม้บาน (ความหมายเหมือนกันกับในภาษา
กรุงเทพ)
ความหมายที่ 2. ในภาษาถิ่นใต้ บาน หมายถึงการตัดญาติขาดมิตร หรือประกาศ
เลิกคบค้าสมาคม

บาม เป็นคำใช้เรียกอุปกรณ์จับปลาชนิดหนึ่งลักษณะคล้าย ยอ มีขนาดใหญ่เวลายก บามจะต้อง
ใช้รอกหมุนเป็นอุปกรณ์ทุ่นแรงชาวสงขลาริมทะเลจะใช้
บาม ดักปลาโดยติดตั้งขวางทาง
น้ำเพื่อจับปลาเวลาน้ำทะเลขึ้น
ปลาที่จับได้ มักจะเป็นปลากระบอก

บิ้ง ภาษาไทยถิ่นใต้ใช้เรียกแปลงนาที่มีคันนาล้อมรอบบิ้งแต่ละบิ้งจะมีพื้นที่ไม่เท่ากันนาดอน
ขนาดของบิ้งจะเล็ก แต่นาที่ราบจะมีขนาดใหญ่กว่า

เบี้ยชาวสงขลา จะหมายถึง เงิน ที่ใช้ซื้อสิ่งของ แต่ ชาวนครศรีธรรมราช จะใช้คำว่า ตาง
( ซึ่งกร่อนมาจากคำว่า สตางค์)

เบอะ, (กะเบอะ) ในภาษาสงขลา คำนี้จะใช้ในความหมาย อันที่จริง,ในความจริง, ก็เพราะว่า
เช่น
"เบอะ มึงเสือกเอง" ถ้าเป็นภาษากรุงเทพจะใกล้เคึยงกับ " ก็มึงเสือกหาเรื่องเอง
หรือ ก็เพราะมึงเสือกเอง "

เบร่อ,เมล่อจะใช้ในความหมายบ๊องไม่เต็มเต็ง หรือ โง่ (เป็นคำหยาบ มักใช้เป็นคำดุ ด่า)

โบร๊ะ ภาษาไทยถิ่นใต้ใช้ในความหมายไม่หล่อไม่สวย หรือ ขี้เหร่
(
เทียบกับภาษามลายู buruk ซึ่งมีความหมายว่า ม่สวย, ไม่ดี, หรือ แก่)